อิฐเก่าเล่าเรื่องอาณาจักรสุโทัย
sukkothai
sukkothai1
ศึกษาแผนที่ก่อนออกเดินทาง อย่างน้อยก็รู้ว่ามีอะไรบ้างในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ในเวลา 1วันเราจะเก็บภาพได้กี่ที่กัน
sukkothai2
วันอาทิตย์ที่16มีนาคม2557 ตื่นแต่เช้าตี5 รีบมาทอดไก่ มีไข่ต้ม เดียวแวะตลาดซื้อข้าวเหนียว ขนมเด็กซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อคืน น้ำมันเติมไป 1,000บาท ปลุกเด็กอาบน้ำ ออกจากบ้าน 06.02น. ระยะทาง 195กิโล คงถึงประมาณ 9โมง จะได้ไม่ร้อนมาก ลุยกันเลยคะ
sukkothai3
จอดแวะกินข้าวระหว่างทางตอน 07:09น. เห็นวิวสวยๆ เก็บสักภาพ
sukkothai4
มาถึงอุทยาน 09:13น.ลงไปซื้อบัตร เขาคิดผู้ใหญ่20x2คน เด็กฟรี รถคิด 50บาท
อาณาจักรสุโขทัย
อาณาจักรสุโขทัย
อาณาจักรสุโขทัย หรือ รัฐสุโขทัย (1792-1981 รวม 189ปี) เป็นอาณาจักร หรือรัฐในอดีตรัฐหนึ่ง ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำยม เป็นชุมชนโบราณมาตั้งแต่ยุคเหล็กตอนปลาย จนกระทั่งสถาปนาขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในฐานะสถานีการค้าของรัฐละโว้ หลังจากนั้นราวปี 1800 พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง ได้ร่วมกันกระทำการยึดอำนาจจากขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งทำการเป็นผลสำเร็จและได้สถาปนาเอกราชให้สุโขทัยเป็นรัฐอิสระ และมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับและเพิ่มถึงขีดสุดในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก่อนจะค่อยๆตกต่ำ และประสบปัญหาทั้งจากปัญหาภายนอกและภายใน จนต่อมาถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาไปในที่สุด
๑
9:16น. เริ่มต้นดู"อิฐก้อนเก่าเล่าเรื่องกาลก่อน" ปรึกษาเส้นทางตามแผนที่ เราจะดูภายในกำแพงวังก่อนนะ
๒
เก็บไว้เป็นหลักฐานว่ามาเยือนอาณาจักรสุโขทัยแล้วนะ
๓
วัดชนะสงคราม ตั้งอยู่ทางเหนือของวัดมหาธาตุ และอยู่ใกล้กับโบราณสถานที่เรียกว่าศาลหลักเมืองด้วย วัดนี้เดิมเรียกกันว่าวัดราชบูรณะ ลักษณะเด่นก็คือ มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่เป็นเจดีย์ประธาน ด้านตะวันออกมีวิหาร โบสถ์ และเจดีย์รายต่าง ๆ แผนผังของวัดนี้มีที่พิเศษออกไปคือ มีเจดีย์ทรงวิมานขนาดเล็กขนาบเจดีย์ประธานที่ด้านตะวันออก คล้ายที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวเมืองศรีสัชนาลัย น่าจะเป็นเจดีย์ที่สร้างเพิ่มเติมขึ้นในระยะเวลาต่อมา
วัดชนะสงคราม
วันนี้ป้าอ้วนมณีเตรียมตัวมาพร้อมกว่าตอนไปศรีสัชนาลัยนะ
๔ วัดชนะสงคราม
เจดีย์ประธานทรงระฆัง เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนฐานรูปสี่เหลี่ยม หน้ากระดานประดับด้วยบัวลูกแ้ก้วอกไก่ ส่วนบนก่อลดหลั่นขึ้นไปถึงชั้นมาลัยเถา บัลลังก์ประด้วยบัวลูกแก้ว อกไก่ รองรับก้านฉัตร บัวฝาละมีและแกนปล้องไฉน
๔วัดชนะสงคราม
พระวิหาร ตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธานทรงระฆัง เป็นเจดีย์ประธาน 7 ห้อง ฐานพระวิหารก่อด้วยอิฐ ส่วนเสานั้นก่อด้วยศิลาแลงโกลนเป็นวงกลมซ้อนกันเป็นรูปเสา
๕
๖
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 ในราชวงศ์พระร่วงแห่งราชอาณาจักรสุโขทัย เสวยราชย์ประมาณ พ.ศ. 1822 ถึงประมาณ พ.ศ. 1841 พระองค์ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง ทั้งยังได้ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้น ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปะ วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ สืบทอดกันมากว่าเจ็ดร้อยหกสิบห้าปีในวันนี้
๗
ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือ ศิลาจารึกหลักที่ 1 เป็นศิลาจารึกที่บันทึกประวัติศาสตร์สมัยกรุงสุโขทัย ถือเป็นวรรณคดีไทยเรื่องแรก ศิลานี้ค้นพบในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเจ้าฟ้ามงกุฎฯ ขณะผนวชอยู่ (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2376[1] ณ เนินปราสาทเมืองเก่าสุโขทัย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย มีลักษณะเป็นแท่นหินรูปสี่เหลี่ยม ยอดกลมมน สูง 1.11 ม. หนา 35 ซม. เป็นหินชนวนสีเขียวมีจารึกทั้งสี่ด้าน
๘
เด็กๆตื่นเต้นเมื่อเห็นศิลาจารึกพ่อขุนราม เล่าว่าในวิชาภาษาไทย ให้อ่านและเขียนด้วย
๘.๑
พออ่านออกเป็นบางคำ
๙
ตัวอย่างคำแปลจากศิลาจารึกหลักที่๑ มีใจความดังนี้
๑o
เนินปราสาท จ.สุโขทัย ตั้งอยู่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ใกล้วัดมหาธาตุ โบราณสถานปรากฏเป็นฐานปราสาทรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้าง 27.50 เมตร ยาว 51.50 เมตร รอบฐานอาคารเป็นแบบบัวคว่ำบัวหงาย โดยมีบันไดที่ด้านหน้า 1 แห่ง และด้านหลัง 1 แห่ง โบราณสถานแห่งนี้ เป็นที่ค้นพบโบราณวัตถุที่สำคัญคือ หลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง (ศิลาจารึกหลักที่ 1) และพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ โดยเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชและประพาสน์มายังสุโขทัย ได้ทรงพบ เมื่อปี พ.ศ. 2367 โดยพระแท่นมนังคศิลาบาตรนั้นในศิลาจารึกกล่าวว่า พ่อขุนรามคำแหงทรงสร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.1835 เพื่อเป็นแท่นอาสนะให้พระสงฆ์นั่งแสดงธรรมแก่ราษฎรในวันพระ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประพาสน์เมืองสุโขทัย ทรงสันนิษฐานว่าบริเวณแห่งนี้เคยเป็นฐานปราสาทพระราชวัง ของกษัตริย์เมืองสุโขทัย เนื่องด้วยเป็นสถานที่ค้นพบศิลาจารึกหลักที่ 1 และพระแท่นมนังคศิลาบาตร ณ บริเวณแห่งนี้ ปัจจุบันพระแท่นนี้ได้เก็บรักษ
๑๑.วัดมหาธาตุ
๑๒.วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุ จ.สุโขทัย เป็นวัดหลวงโบราณขนาดใหญ่ที่สำคัญของกรุงสุโขทัยมาแต่อดีต ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ใกล้กับวัดตระพังเงิน และเนินปราสาท สร้างในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ นับเป็นโบราณสถานที่สำคัญและมีสิ่งปลูกสร้างมากที่สุดของสุโขทัย โดยมีเจดีย์รายนับได้ถึง 200 องค์
๑๒.วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุ
เหมือนมาเที่ยวต่างประเทศเพราะส่วนใหญ่จะมีแต่ฝรั่งมากกว่าคนไทยเรา ที่สำคัญฝรั่งมักเช่าจักรยานปั่นไปชมกันแต่คนไทยจะนิยมขับรถเข้าไปกัน ดีนะที่นี้ มีคนมากไม่มากเท่ากับตอนไปอยุธยา จะถ่ายมุมไหนก็ติดคนไปหมด นี้คือเสน่ห์ของสุโขทัยและศรีสัชนาลัย
วัดมหาธาตุ
พาโลรามา
๑๓.วัดมหาธาตุ
พระมหาธาตุเจดีย์ เป็นพระธาตุเจดีย์ ที่เป็นศุนย์กลางของเมืองสุโขทัยสมัยโบราณ ยอดเจดีย์ประธานเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือที่เรียกกันว่า ทรงดอกบัวตูม ตั้งอยู่บนชั้นแว่นฟ้าทั้งสาม ฐานเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์ทิศทั้งแปด บริเวณมุมทั้งสี่เป็นเจดีย์ทรงปราสาทห้ายอดแบบล้านนา ส่วนระหว่างกลางนั้นเป็นเป็นเจดีย์ทรงปราสาทแบบสุโขทัย ซึ่งคาดว่าสร้างกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม
๑๓.วัดมหาธาตุ
๑๔.วัดมหาธาตุ
พระวิหารหลวง ตั้งอยู่ด้านหน้าพระมหาธาตุเจดีย์ เป็นพระวิหารใหญ่ ขนาด 11 ห้อง เสาก่อด้วยศิลาแลงทรงกลม ภายในปรากฏฐานชุกชี ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ภายหลังได้อัญเชิญไปยังวัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพมหานคร ในสมัยรัชกาลที่ 1
๑๕.วัดมหาธาตุ
พระวิหารสูง เป็นพระวิหารศิลปะแบบอยุธยา โดยพระวิหารค่อนข้างสูง สร้างขึ้นภายหลังจากที่อยุธยาได้แผ่บทบาทมาสู่แคว้นสุโขทัย
๑๖.วัดมหาธาตุ
อีกมุมมอง
๑๗.วัดมหาธาตุ
สามสาว
๑๘.วัดมหาธาตุ
พระอุโบสถ ตั้งอยู่ด้านข้างมณฑป เป็นพระอุโบสถที่ตั้งอยู่บนฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ด้านหน้ามีมุขยื่นและบันไดทั้งสองข้าง เสาก่อด้วยศิลาแลง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นประธาน
๑๙.วัดมหาธาตุ
มองเห็นมณฑปพระอัฏฐารศ ไกลๆโน้น
๒o.วัดมหาธาตุ
ท่านมองเห็นอะไรบนผนังวัดหรือป่าว!
๒๑.วัดมหาธาตุ
มณฑปพระอัฏฐารศ ตั้งอยู่ด้านข้างพระมหาธาตุเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระอัฏฐารศ ความสูง 18 ศอก เป็นพระพุทธรูปที่นิยมสร้างตามแบบลังกาวงศ์
๒๒ วัดมหาธาตุ
เจดีย์ห้ายอด เป็นเจดีย์ที่คาดว่าเป็นที่บรรจุพระอัฐิของพระมหาธรรมราชาลิไท ซึ่งมีเนื้อความในจารึกลานทอง ที่พบภายในพระอุโบสถ องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐและศิลาแลง ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยม ประดิษฐานด้วยองค์พระทั้งสามด้าน ส่วนของฐานประดับด้วยปูนปั้นรูปมารแบกของ ช้าง สิงห์ และรูปเทวดา ส่วนยอดของเจดีย์ได้ชำรุดลง
๒๓ วัดมหาธาตุ
อีกมุมของเจดีย์ห้ายอด
๒๔ วัดมหาธาตุ
10:22น.แดดจ้าแล้วหาร่มใต้ต้นไม้พักรับลมก่อน
๒๕ วัดมหาธาตุ
เริ่มซนกันแล้วแก๊งค์เกาเหลาร่วมมิตร
๒๖ วัดมหาธาตุ
แก๊งค์เกาเหลาร่วมมิตร
๒๗ วัดมหาธาตุ
กับพี่อิงคนจวย
๒๘ วัดมหาธาตุ
กับออมหน้ามึน
๒๙ วัดมหาธาตุ
เด็กหระรี ศิลป์ศาลพระกาฬ
๓o วัดมหาธาตุ
คนนี้ เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายเหนือ ๕๕๕
๓๑ วัดมหาธาตุ
เจ้านางหน้อย
๓๒
น้องอ้ายออม
๓๓ วัดมหาธาตุ
นางอ้วนมณี ผู้ย้อนรอยอิฐก้อนเก่าเล่าเรื่อง ชาติก่อนคงเคยเดินโต๋เต๋อยู่แถวนี้มาก่อน
๓๔ วัดมหาธาตุ
คลายร้อยด้วยไอติมสักหน่อย
๓๕ วัดมหาธาตุ
เก็บมุมสวยหลังวัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุ
ทุกก้าวเดิน ณ.ที่แห่งนี้มีเรื่องราวมากมาย
๓๗ วัดศรีสวาย
วัดศรีสวาย ตั้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นวัดที่มีศิลปะแบบขอม สร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่ 18 เดิมเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ มีพระปรางค์สามยอดเป็นประธาน ลักษณะเป็นรูปกลีบขนุน ประดับด้วยปูนปั้นรูปครุฑยุดนาค นางอัปสรและลายดอกไม้จีน ด้านหน้าพระปรางค์เป็นที่ตั้งของพระวิหาร ซึ่งมีระเบียงคดล้อมองค์พระปรางค์และพระวิหาร ด้านหลังโบราณสถานมีสระน้ำ เรียกว่า สระลอยบาป ใช้เป็นที่ทำพิธีลอยบาปหรือล้างบาปตามความเชื่อลัทธิพราหมณ์ ภายนอกสุดของวัดศรีสวายล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง ครั้งเมื่อสำรวจวัดได้มีการพบ รูปพระอิศวร และหินจำหลัก ทับหลังพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ รูปพระนารายณ์สี่กรและชิ้นส่วนของเทวรูปและลึงค์ทำด้วยสำริด ปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
๓๘ วัดศรีสวาย
สระลอยบาป ตั้งอยู่ด้านหลังพระปรางค์ทั้งสาม เดิมใช้เป็นสถานที่ทำ พิธีลอยบาป ตามความเชื่อของศานาพราหมณ์
๓๙ วัดศรีสวาย
เด็กหลังวัง
๔o วัดตระพังเงิน
วัดตระพังเงิน จ.สุโขทัย เป็นวัดที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ข้างบริเวณสระน้ำที่เรียกกันแต่โบราณว่าตระพังเงิน ใกล้กับวัดมหาธาตุ ภายในโบราณสถานประกอบด้วย เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัวตูม) เป็นประธาน ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร มีลักษณะเด่นกว่าวัดอื่นคือ จระนำที่เรือนธาตุทั้งสี่ด้านประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางประธานอภัยและปางลีลา พระวิหารนั้นมีขนาด 7 ห้อง ก่อด้วยอิฐ บริเวณเสาก่อด้วยศิลาแลง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยเป็นประธาน ส่วนพระอุโบสถนั้นตั้งอยู่ตรงข้ามพระวิหาร บนเกาะที่ล้อมรอบด้วยน้ำของสระตระพังเงิน อันเป็นที่ตั้งบริสุทธิ์ของเขตสังฆาวาส เหมือนดังเช่นวัดสระศรี
๔๑ วัดตระพังเงิน
พระวิหาร เป็นพระวิหารขนาด 7 ห้อง ฐานพระวิหารก่อด้วยอิฐ ส่วนเสานั้นก่อด้วยศิลาแลง บริเวณด้านหลังประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย เป็นประธาน พระประธานปางมารวิชัย ภายในพระวิหาร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ศิลปะสุโขทัย พระพักตร์เิอิบอิ่ม พระโมลีขมวดกลมส่วนบนเป็นเปลว ชายสังฆาฏิแบบเขี้ยวตะขาบ
๔๒ วัดตระพังเงิน
เจดีย์รายทรงวิมาน ตั้งอยู่ด้านข้างพระวิหาร เป็นเจดีย์ทรงวิมาน ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ยี่สิบ ส่วนบนมีซุ้มจระนำทั้งสี่ด้าน เป็นทรงเจดีย์ที่มักพบที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่วนที่สุโขทัยยังพบได้ที่วัดชนะสงคราม และวัดเจดีย์เจ็ดแถว
๔๓ วัดตระพังเงิน
เจดีย์ประธาน ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร เป็นเจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัวตูม) ส่วนฐานของเจดีย์เป็นฐานหน้ากระดานรูปสี่เหลี่ยมลดหลั่นเป็นชั้นๆขึ้นไป ชั้นบนเป็นฐานบัวลูกแก้วอกไก่ รองรับชั้นแว่นฟ้าย่อมุมไม้ยี่สิบทั้งสองชั้น ส่วนของเรือนธาตุนั้นประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ภายในซุ้มจระนำทั้งสี่ด้าน ส่วนยอดของเจดีย์เป็นดอกบัวตูม
๔๔ วัดตระพังเงิน
พระพุทธรูปปางลีลา ตั้งอยู่ด้านหน้าเจดีย์ทรงวิมาน เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลา พุทธลักษณะงดงามตามแบบศิลปะสุโขทัย
๔๕ วัดศรีชุม
หลังจากชมวัดในเขตกำแพงเมืองแล้ว ก็ออกนอกกำแพงเมืองกัน เรามีจุดมุ่งหมายไปทางประตูศาลหลวง ไปวัดศรีชุม Wat Sri Chum เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นอกกำแพงเมืองสุโขทัย ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าสร้างขึ้นในสมัยใด มีเพียง ศิลาจารึกหลักที่ 1 สมัยพ่อขุนรามคำแหง กล่าวถึง พระอจนะ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปวัดศรีชุม ต่อมาได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัย พระเจ้าลิไท ? วัดศรีชุมนี้มีเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์คือ เป็นวัดที่ สมเด็จพระนเรศวร ทรงประชุมทัพและทำพิธี ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ก่อนที่จะทำการปราบเมืองสวรรคโลก เนื่องจากพระยาสวรรคโลกได้แข็งเมือง เมื่อปี พ.ศ. 2127 ? มณฑปวัดศรีชุม เป็นมณฑปที่ใหญ่ที่สุดของสุโขทัย ตั้งอยู่ด้านหลังพระวิหาร ผนังมณฑปสร้างเป็น 2 ชั้น ทำเป็นอุโมงค์ เรียกกันว่า อุโมงค์วัดศรีชุม ภายในมีบันไดทางขึ้นสู่ยอดของมณฑปได้ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเลอะเลือนเกือบหมด เพดานมีภาพลายเส้นบนหินชนวน เป็นเรื่องในชาดกซึ่งเป็นอดีตชาติต่างๆของพระพุทธเจ้า เรียงประดับต่อเนื่องกัน ภายในอุโมงค์นี้ยังเป็นที่ค้นพบ ศิลาจารึกหลักที่ 2 ที่เป็นจารึกเรื่องราวของการกำเนิด ราชวงศ์ผาเมือง ราชวงศ์พระร่วง? และการสถาปนากรุงสุโขทัย
๔๖ วัดศรีชุม
พระวิหารวัดศรีชุม ตั้งอยู่บริเวณหน้ามณฑป ยังคงเห็นรอยบากของเสาซึ่งใช้รองรับโครงไม้
พระพูดได้
๔๗ วัดศรีชุม
พระอจนะ พระอจนะ มีความหมายตามภาษาบาลีว่า ผู้ไม่หวั่นไหว ผู้ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้ พระอจนะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ องค์พระได้มีการบูรณะเมื่อปี พ.ศ.2496 เนื่องจากองค์เดิมได้ชำรุดไปมาก พระพักตร์ใช้ต้นแบบจากพระพูทธรูปสำริดภายในวัด ร่างขึ้นโดย อาจารย์ เขียน ยิ้มศิริ และ นายบุญธรรม พูลสวัสดิ์ ผู้ปั้นองค์พระ ภายในมณฑปมีการย่อมุมของผนังอย่างสวยงาม และเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับผนัง โดยมีหน้าที่รับโครงสร้างของหลังคาไปในตัว
๔๘ วัดศรีชุม
๔๙ วัดศรีชุม
๕o วัดศรีชุม
วิหารขนาดเล็ก ตั้งอยู่ข้างมณฑปพระอัจนะ มีขนาดค่อนข้างเล็ก ด้านหลังมีมณฑปเช่นกัน
๕๑ วัดศรีชุม
พักสบายๆกันก่อน
วัดศรีชุม
แท้งค์กิ้ว คุณสามีที่ตามใจขับรถมาให้ที่สุโขทัยคะ เหนื่อยหน่อยนะลุงเพราะพึ่งไปเดินป่าดูนกมาเมื่อวานก่อนยังบ่นปวดขาอยู่เลย
ปลาตะเพียน
หลังจากชมวัดศรีชุม เดินออกมาที่ลานจอดรถจะมีร้านค้าขายของที่ระลึกเราหมายตาไว้แล้วไปดูกัน
ปลาตะเพียน
ปลาตะเพียนสานจากใบตาลมังแต่มีการย้อมผ้าสวยดี ที่น่าตกใจ เขาขายเส้นละ 10บาท มันถูกมาก กำไรได้กี่บาทกัน มานั่งตากแดดด้วยซิ
ปลาตะเพียน
ยายคนนี้และที่สานขาย สุดยอดเลยยาย
วัดพระพายหลวง
ออกจากวัดศรีชุมขับไปวัดพระพายหลวง อยู่ไม่ไกลกันนัก ตั้งอยู่ภายนอกอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18 นับเป็นโบราณสถานยุคต้นของเมืองสุโขทัย ที่มีโบราณวัตถุและสถาปัตยกรรมบางส่วน ซึ่งเป็นศิลปะขอม สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยดั้งเดิมได้สร้างเพื่อเป็นเทวสถาน ต่อมาได้สร้างเพิ่มเติมเพื่อเป็นพุทธสถาน ?ปรางค์ศิลปะขอม เป็นส่วนเก่าแก่สุดของวัด นับเป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นในยุคสุโขทัยตอนต้น บ่งบอกถึงอิทธิพลและความสัมพันธ์ของขอม ที่มีต่อเมืองสุโขทัยตอนต้น ปัจจุบันเหลือปรางค์เพียงหนึ่งองค์เท่านั้นที่ยังสมบูรณ์ ส่วนอีกสององค์นั้นได้ชำรุดลงไป
วัดพระพายหลวง
ภายในพระวิหาร ปรากฏฐานอาสนะอยู่ทางด้านซ้าย เสาภายในก่อด้วยศิลาแลง หัวเสายังคงเห็นร่องสำหรับวางเครื่องบนที่รองรับหลังคา ด้านหลังสุดเป็นแท่นชุกชี สำหรับประดิษฐานองค์พระ
วัดพระพายหลวง
พระอุโบสถ ตั้งอยู่ด้านหลังปรางค์ทั้งสาม เป็นพระอุโบสถก่อด้วยอิฐ มีบันไดทางขึ้นด้านหน้าทั้งสองข้าง เสาภายในก่อด้วยศิลาแลง บริเวณด้านหลังเป็นที่ตั้งของฐานชุกชี มีเสมาปักอยู่โดยรอบพระอุโบสถ
วัดพระพายหลวง
ซุ้มประตูเรือนธาตุ ประตูเรือนธาตุเป็นแบบประตูหลอก ที่ใช้ประดับเท่านั้น หน้าบันเหนือประตูประดับด้วยปูนปั้นเรื่องราวในพุทธประวัติ
วัดพระพายหลวง
สำหรับทริปตามใจแม่ครั้งนี้ ถือว่าคุ้มถึงจะไม่ครอบคุมแต่ก็มีข้อมูลไปทำหนังสือได้ แต่ยังหวังว่าจะได้กลับไปที่อยุธยาอีกครั้ง ไปสัก2วัน ไปไล่เก็บภาพใหม่ทำหนังสือใหม่
วัดพระพายหลวง
พี่อิงไม่บ่นอยู่แล้ว เด็กดีของแม่
วัดพระพายหลวง
วันนี้เจ้าออมโอเคเลย ไม่หน้ามุ้ยเท่าไหร่ มาเที่ยวเพื่อแม่ได้อยู่
วัดพระพายหลวง
วันนี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้เก็บภาพได้ 8สถานที่ เที่ยงวันพอดี เรามาสุโขทัยก็ต้องกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยกัน
ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย
ออกจากอุทยานก็มองหาก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอยู่หน้าอุทยานเลย อร่อยหรือป่าวไปชิมกัน
ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย
ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยมันก็คือก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูสับแต่ที่แปลกก็แค่ใส่ถั่วฝักยาวเข้าไปแต่บางร้านจะมีไข่ต้มยางมะตูมด้วย เเต่เสียดายร้านนี้ไม่มี ก็อร่อยดีแต่วันนี้ร้อนมาก
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
นั่งปรึกษากันจะไปไหนต่อ แม่เสนอพิพิธภัณฑเพราะมันคงไม่ร้อน แถมโชคดีพิพิธภัณฑอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวนี้และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ตั้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยอยู่ระหว่างเนินปราสาทและวัดตระพังเงิน เป็นอาคารเป็นแบบทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 เป็นแหล่งจัดแสดงโบราณศิลปวัตถุ และความรู้ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ซึ่งโบราณวัตถุบางส่วนนั้นได้รับมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ วัดราชธานี จ.สุโขทัย ? ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ประกอบด้วยอาคารและสถานจัดแสดง 3 ส่วนด้วยกันคือ อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง เป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดค้น ขุดแต่งและบูรณะแหล่งโบราณคดีสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชรโบราณวัตถุที่จัดแสดงได้แก่ศิลาจารึกสมัยสุโขทัย พระพุทธรูปสำริด เทวรูป เครื่องสังคโลก เครื่องศาสตราวุธ เงินตรา ฯลฯ อาคารลายสือไท 700 ปี เป็นอาคารชั้นเดียว จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อาณาจักรสุโขทัย รวมทั้งโบราณวัตถุสมัยสุโขทัย เช่น พระพุทธรูป เครื่องสังคโลก ศิลาจารึก ฯลฯ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง อยู่ด้านนอกโดยรอบอาคารใหญ่ เป็นที่จัดแสดงศิลปวัตถุโบราณต่าง ๆ อาทิ พระพุทธรูปศิลา แผ่นจำหลัก รูปทรงอาคารไทยแบบต่าง ๆ เตาทุเรียงจำลอง เสมาธรรมจักศิลา ฯลฯ ? พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ตั้งอยู่ที่ ถนนทางหลวงหมายเลข 12 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
โชคดีจังวันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันครอบครัว เขาให้เข้าชมฟรีไม่ต้องเสียตังค์
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
ศิลปโบราณวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ส่วนใหญ่เป็นศิลปะสุโขทัย ซึ่งเก็บรวบรวมจากการขุดค้น ขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานบริเวณเมืองเก่าสุโขทัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 เป็นต้นมา บางส่วนได้จากบริเวณเมืองใกล้เคียง เช่น เมืองศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และพิจิตร อีกส่วนหนึ่งเป็นของพระราชประสิทธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดราชธานี เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัยและประชาชนมอบให้ ศิลปโบราณวัตถุที่จัดแสดงได้แก่ ศิลาจารึกสมัยสุโขทัย เครื่องถ้วยสังคโลก พระพุทธรูปแบบต่างๆ พระพิมพ์ที่ได้จากการขุดแต่งโบราณสถาน เทวรูป และอาวุธโบราณ
ในปัจจุบัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง มีอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวร 2 หลัง ประกอบด้วย
1.อาคารลายสือไท เป็นอาคารชั้นเดียว จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสุโขทัยในด้านต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงการพัฒนาเมืองสุโขทัยให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ภายในอาคารยังมีห้องประชุมสำหรับการสัมมนา บรรยายพิเศษ ส่วนบริการนักท่องเที่ยว ที่จำหน่ายหนังสือและของที่ระลึก
2. อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง เป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดค้น ขุดแต่งและบูรณะแหล่งโบราณคดีสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และจังหวัดใกล้เคียง โดยแบ่งการจัดแสดงเป็นกลุ่มสำคัญๆ ดังนี้
1. ประติมากรรมปูนปั้นที่ได้จากวัดพระพายหลวงและวัดมหาธาตุ มีทั้งรูปบุคคล เทวดา และพระพุทธรูป
2. กลุ่มประติมากรรมก่อนศิลปะสุโขทัย ได้จากศาลตาผาแดง วัดพระพายหลวง วัดศรีสวาย จัดเป็นศิลปะลพบุรี กำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 18
3. ศิลปะสุโขทัยพุทธศตวรรษที่ 19 - 20 ศิลปะสุโขทัยเริ่มตั้งแต่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ประกาศตั้งกรุงสุโขทัยเป็นอิสระ เมื่อราว พ.ศ. 1780 ศิลปะสุโขทัยจัดได้ว่าเป็นศิลปะไทยที่งดงามที่สุด มีลักษณะเป็นของตนเองมากที่สุด โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่มีลักษณะที่เด่นชัด คือ พระรัศมีเป็นเปลวเพลิง ขมวดพระเกศาเป็นก้นหอย พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่ง พระนาสิกงุ้ม (ตามแบบบุรุษ) พระโอษฐ์อมยิ้มเล็กน้อย พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายจีวรเป็นลายเขี้ยวตะขาบ ในสมัยสุโขทัยยังนิยมทำพระพุทธรูปสี่อิริยาบทคือ ยืน เดิม นั่ง และนอน
4. ศิลปะอู่ทอง ประติมากรรมรูปเคารพเนื่องในพุทธศาสนา มีทั้งปูนปั้นและสำริด ได้พบพระพุทธรูปในศิลปะอู่ทองตามวัดต่างๆ ในเมืองสุโขทัย สร้างขึ้นเมื่อประมาณราวพุทธศตวรรษที่ 20 อันเป็นช่วงเวลาที่ปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรถึงความเกี่ยวดองเป็นเครือญาติ ระหว่างราชวงศ์สุโขทัยบางส่วนกับราชวงศ์สุพรรณภูมิ
5. ศิลปะอยุธยา พระพุทธรูปที่จัดแสดงลักษณะโดยทั่วไปยังคงมีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย พระพักตร์รูปไข่ มีเส้นไรพระศกเล็ก ขมวดพระเกศาเป็นรูปก้นหอยเล็ก พระขนงโก่ง พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เล็กบาง นอกจากนี้ ในระยะหลังนิยมสร้างทรงเครื่อง กำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 - 23
6. เครื่องถ้วยจีน ได้จากการขุดแต่งโบราณสถานในเมืองสุโขทัย พบทั้งสมัยราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง และชิง
7. เครื่องถ้วยสังคโลกจากแหล่งเตาทุเรียง เมืองสุโขทัย เตาป่ายาง และเตาเกาะน้อย เมืองศรีสัชนาลัย รูปแบบภาชนะเป็นแบบถ้วย กระปุก โถ แจกัน ชาม จาน คนโฑ กาน้ำ ตลับ รวมไปถึงตุ๊กตา และเครื่องประดับสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะต่างๆ น้ำยาเคลือบมีทั้งประเภทเคลือบสีเขียวหรือเซลาดอน เคลือบสีน้ำตาล เคลือบขาวหม่นหรือขาวน้ำนม เคลือบใสเขียนลายใต้เคลือบ และประเภทเคลือบสองสีคือขาวและน้ำตาล เป็นต้น
8. พระพิมพ์ มีทั้งพระพิมพ์ดินเผาและเนื้อชิน ได้จากวัดพระพายหลวง วัดมหาธาตุ และวัดป่ามะม่วง เป็นต้น
9. ส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์ฯ ได้นำโบราณวัตถุบางส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง เช่น ใบเสมาหินชนวน ทับหลังหินทราย ฐานประติมากรรมหินทราย ระฆังหิน ลูกกรงที่ทำเป็นเครื่องเคลือบ สังคโลกจากวัดมังกร เตาเผาเครื่องถ้วยสังคโลก (จำลอง) และช้างปูนปั้นซึ่งจำลองมาจากวัดช้างล้อมเมืองสุโขทัย วัดช้างล้อมเมืองศรีสัชนาลัย และวัดช้างรอบเมืองกำแพงเพชร อีกส่วนหนึ่งได้จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นลักษณะศิลปะพื้นบ้านสุโขทัย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
เนื่องจากในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เขาไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป เราก็ถ่ายได้เฉพาะภายนอก
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
นั่งรับลมเย็นๆ ก่อนจะไปหาที่เที่ยวต่อ เค้าว่ามีพิพิธภัณฑ์ปลาในวรรณคดี ไปดูกัน
พิพิธภัณฑ์ฯปลา
อุตส่าส์ขับไปแต่ดันปิดปรับปรุงซะนี้อดเลย พิพิธภัณฑ์ปลาในวรรณคดีเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ภายในสวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เส้นทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย - พิษณุโลก พิพิธภัณฑ์ฯ อยู่ทางขวามือ ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ฯ จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดในวรรณคดีมากมาย อาทิ ปลาจากกาพย์ห่อโคลงนิราศพระบาท กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองทองแดง กาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) นิราศอิเหนา
สรุป
จบทริป "อิฐก้อนเก่าเล่าเรื่องกรุงเก่าสุโขทัย"
สรุป
ทริป "อิฐก้อนเก่าเล่าเรื่องกรุงเก่าสุโขทัย"
เติมน้ำมัน 1,500บาท
บัตร 190บาท
กินข้าว 495บาท
รวม 2,185บาท